Elena Aguilar เขียน
สุริยา เผือกพันธ์ แปลและเรียบเรียง
คำสำคัญ : เด็กแปลกแยก (outcast),
เด็กข้ามเพศ (transgender), เด็กที่มีพลังสูง (extremely high energy
boys), เด็กเร่ร่อน (homeless)
ชื่อเล่นของเขาคือ เด็กจู่โจม (seizure
boy) เป็นชื่อที่เขาไม่ยอมรับและไม่ต้องการมันสักเท่าไหร่
ครั้งหนึ่งขณะที่เขาคอยรถโรงเรียน เขาล้มลงคลุกฝุ่นและถูกพวกเด็กเกเรเต๊ะ
จนเพื่อนที่โตกว่าเข้ามาแยก ครูของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากลุ่มเด็กเกเรนั้น
ส่วนใหญ่ไม่มีความอดทน (intolerant) ไม่เอาใจใส่ (indifferent) หรือไม่สนใจ (uninterested) เขาออกจากโรงเรียนกลางคัน
ในสัปดาห์แรกของปีสุดท้ายในระดับมัธยมศึกษา
นี่คือเรื่องน้อยชายคนเล็กของฉัน
ซึ่งเป็นโรคลมชัก (epilepsy) ในช่วงอายุ 4 –
12 ขวบ ในระหว่างเรียนเขาขาดเรียนบ่อยมาก
เป็นเด็กมีปัญาและได้เข้าพบผู้อำนวยการบ่อยครั้ง
เขาเกเรเพิ่มขึ้นคุณอาจคิดไปอย่างนั้น จนพัฒนาไปสู่ความไม่ชอบโรงเรียน เมื่ออายุ 12
ปีได้ผ่าตัดสมองเพื่อยับยั้งการเป็นลมชัก
แต่ก็ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีพัฒนาการทางด้านสังคม อารมณ์และการเรียน
สองสามปีมานี้ ฉันได้ตระหนักถึงผลกระทบเกี่ยวกับการเรียน
จากเรื่องของน้องชาย เพราะได้มาเป็นนักการศึกษา ฉันเข้าใจว่าทำไม ใจฉันเต้นแรง
เหงื่อชุ่มฝ่ามือและตีบตันลำคอ เมื่อฉันได้เห็นเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่ดูไม่ออกและไม่เข้าใจในตัวเขา
ตอนฉันเป็นเด็กไม่สามารถที่จะปกป้องน้องชายจากความโหดร้ายต่าง ๆ เอาไว้ได้ จนฉันได้มาทำงานในโรงเรียนได้เป็นปีที่
20
และเพิ่งเห็นผลสะท้อนของมันเมื่อสิบปีมานี้เอง ฉันได้เข้าใจถึงเหตุผลระหว่างประสบการณ์ของน้องชายกับภารกิจการพัฒนาห้องเรียน
เพื่อให้เด็กทุกคนรู้สึกปลอดภัย เห็นคุณค่าและมีความเข้าใจเขา
ใครจะทำให้เรารู้ได้ในเร็ววัน
ฉันเล่าเรื่อง ๆ เล็ก ๆ
นี้ให้คุณฟัง เพราะว่ามันเป็นการสร้างความหวังให้กับโรงเรียน ฉันหวังว่าถ้านักเรียนในห้องของคุณ
ซึ่งอาจรวมทั้งนักเรียนที่เหมือนน้องชายของฉันด้วย ที่เป็นผู้ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน
เพราะถูกขับออกจากสังคม (outcast) หรือเป็นคนแปลกปลาด
แปลกหน้า หรือแม้กระทั่งมีความแตกต่างทางด้านร่างกาย อารมณ์และสังคม
ที่คุณอาจมองข้าม ไม่ตระหนักในความแปลกแยก (chasm) ละไม่ตระหนักในการเรียนรู้อีกด้านหนึ่งของพวกเขา
ฉันหวังว่า คุณจะค้นพบสิ่งที่เป็นอย่างที่เขาเป็นและรักในสิ่งที่เขาทำและคุณอาจเป็นคนทำให้ชีวิตประจำวันของเขามีคุณค่าด้วยวิธีการง่าย
ๆ เล็ก ๆ ฉันหวังว่า คุณจะยอมรับในสิ่งที่คุณกลัวและเข้าใจมัน แม้ว่าความกลัวนั้นคุณเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
หรืออะไรก็ช่างที่คุณมีข้อจำกัดในการช่วยเหลือ ฉันหวังว่าคุณจะได้พบกับวิธีการต่าง
ๆ เพื่อแก้ปัญหานั้น
พวกเราทุกคนมีนักเรียน
ในทุกห้องเรียนมีการจัดการเรียนการสอน
บางครั้งมันได้รับคนประเภทที่ต้องไล่จับในสนามเด็กเล่น
และบางครั้งคนที่เราเองทำให้เขามีความแตกต่าง
การรู้จักความต้องการของนักเรียน
เริ่มจากการให้เกียรติและตระหนักในความแตกต่างของนักเรียนเป็นพื้นฐาน เขาผู้ซึ่งเราอาจปิดประตูใจต่อพวกเขา
เขาเหล่านั้น อาจเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ อาจเป็นคนอพยพมาไม่นาน
ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ หรืออาจเป็นเด็กข้ามเพศ เด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่มีพลังสูง
ควรรู้จักความต้องการของนักเรียนด้วยการเริ่มต้นพูดคุยกับเขาอย่างหนัก
คุยเกี่ยวกับเรื่องอคติ (biases) ต่าง ๆ ที่เขามี
มีทางเดียวที่จะยับยั้งอคติเหล่านั้นให้น้อยลง
คือการเติมความคิดที่ดี ด้วยข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น และเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ
เราต้องตระหนักด้วยการเรียนรู้ว่า สิ่งที่พวกเขาเป็นจริง ๆ นั้นคืออะไร
ค้นหาความสลับซับซ้อนและบุคลิคภาพของเขาจริง ๆ คือว่าอะไร ทำไมจึงต้องแปลกแยกออกไปเฉพาะกลุ่ม
(stereotypes) เราจะต้องเรียนรู้ว่า แม้กระทั่ง เด็กที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เด็กอยู่ไม่นิ่งและเคอะเขินเมื่อออกสังคม
รวมทั้งพวกรักสัตว์ สะสมแลกเปลี่ยน
จนกระทั่งบริจาคให้แก่ค่ายสัตว์เลี้ยงและอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องการรักษาสุนัข
เป็นต้น
ช่วงเวลานี้ เป็นเวลาที่ดีสำหรับคุณ
จำแนกนักเรียน (หรือกลุ่มนักเรียน) ต่อจากนั้น เชิญหนึ่งในจำนวนนั้นมานั่งรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน
น้อมนำตัวคุณเข้าไปติดต่อ ผูกพัน เรียนรู้ในสิ่งที่เขาเป็น
ค้นหาความต้องการของนักเรียนทุกคน เริ่มด้วยการรู้จักตัวนักเรียนที่คุณสอน
ฉันสนับสนุนคุณให้สะท้อนตัวของพวกเขาด้วย
ซึ่งมันจะมาพร้อมกับงานการสอน
กลุ่มนักเรียนกลุ่มไหนที่คุณจะต้องสนับสนุนเขาเป็นพิเศษ
ใครคือกลุ่มคนที่คุณจะจำแนกหรือสนใจเป็นพิเศษ
สร้างความตระหนักและผูกพันกับเรื่องเหล่านี้ ให้กำลังใจ ดูแลรักษาให้เห็นคุณค่าหลัก
(core
values) เป็นสะพานเชื่อมช่องว่างของความแตกต่างเหล่านี้ให้เต็ม
ปัจฉิมบทถึงน้องชายของฉัน
ในที่สุดแล้ว
น้องชายของฉันสำเร็จการศึกษาระดับมัธบมศึกษาตามต้องการ จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยจนจบ
แล้วออกมาเป็นผู้ช่วยหมอ (physician’s assistant) เขาเคยได้รับความสำเร็จมากในด้านรักษาเด็กให้หายจากความเจ็บปวด
(traumatic childhood) ความสำเร็จของเขาได้รับความน่าเชื่อถือจากบรรดาคุณแม่
ที่ดุร้ายต่อเด็ก
อาจมีเด็กบางคนที่ถูกกระทำที่รุนแรงจากแม่
พวกเขาหวังว่าจะได้รับการดูแลจากครูด้วยความมีมนุษยธรรม
............................................................................................................................................................................
Elena Aguilar
(2014). Meeting the Needs of All Students: A
First Step. www.edutopia.org. (October
14, 2014)



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น